สวัสดีค่ะ, คำถามที่พบบ่อยในการให้บริการ NYC New York Clinic

ตอบข้อสงสัย คำถาม ที่ลูกค้าสอบถามเข้ามาทางโซเชียลมีเดีย ของ nyc clinic เกี่ยวกับโปรแกรมการรักษา การให้บริการ และการบริการหลังการรักษา ได้ที่นี่

โบท็อกซ์

ตอบ

nyc NEW YOUR CLINIC ของเราเลือกใช้โบท็อกซ์ที่ได้รับมาตรฐาน 2 ยี่ห้อด้วยกัน คือ

1. Allergan (ของแท้) นำเข้าจากประเทศอเมริกา ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาทั่วโลก เป็นโบท็อกซ์ ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดด้วยความ Pure ของตัวยาถึง 99.5% จึงเห็นผลไวสามารถลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า ผิวเรียบเนียนขึ้น คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว และยังช่วยลดขนาดของกล้ามเนื้อให้เล็กลง ปรับรูปหน้า V-Shape

2. Neuronox (ของแท้) นำเข้าจากประเทศเกาหลี ใช้ฉีดเพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวสวยขึ้น โดยการลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกราม สามารถเห็นผลการรักษาภายใน 3-4 สัปดาห์ และอยู่ได้นาน 5 เดือน – 6 เดือน โดยหากมีการฉีดกระตุ้นในระยะเวลาที่เหมาะสม อาจได้ผลการรักษาที่คงอยู่ยาวนานกว่าเดิม สารนี้จะออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามบางลงได้ 30-60%

*** ทำไมต้องฉีดโบท็อกซ์ ที่  nyc NEW YOUR CLINIC

  • ตัวยาของแท้สามารถให้ลูกค้าตรวจสอบด้วยตัวเองได้
  • ผสมตัวยาต่อหน้าลูกค้าทุกครั้งเต็มปริมาณที่กำหนด
  • หลังฉีดแสดงสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  • เริ่มเห็นผลหลังทำ 1 สัปดาห์
  • เพราะเราวิเคราะห์สภาพความสมดุลของ รูปหน้าก่อนทุกครั้งเพื่อรูปหน้าที่ดูเรียวอย่างเป็นธรรมชาติและเหมาะกับคุณที่สุดเราให้บริการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้าเท่านั้น

ตอบ

ฉีดโบท็อกซ์กับคุณหมอปิยะวัฒน์ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มค่ะ โดยลูกค้าส่วนใหญ่นิยมฉีด Botox Upper Face กับคุณหมอปิยะวัฒน์เนื่องจากเป็นเทคนิคเฉพาะของคุณหมอนั่นเองค่ะ

ตอบ

Botox Upper Face เป็นการฉีดโบท็อกซ์บริเวณช่วงบนของใบหน้า คือ ลดริ้วรอยหว่างคิ้ว หางตา หน้าผาก โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะเป็นจุดที่ต้องใช้เทคนิคเฉพาะ แพทย์จะทำการฉีดโปรตีนบริสุทธิ์เพื่อลดกล้ามเนื้อและลดริ้วรอย สารนี้จะออกฤทธิ์ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทำให้ริ้วรอยแห่งวัยที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ ลดเลือนหายไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับการรับรองจาก US FDA และอย.ของไทยว่ามีความปลอดภัย หลังฉีดแสดงสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ เห็นผลหลังทำ 1 สัปดาห์

ตอบ

โบท็อกซ์ จะเริ่มออกฤทธิ์หลังจากที่ฉีดไปแล้วประมาณ 2-3 วัน และเริ่มเห็นผลผ่านใน 7-14 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล รวมไปถึงขนาดของยาที่ฉีดเข้าไปและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วย

โบท็อกซ์สามารถคงอยู่ออกฤทธิ์ต่อได้ประมาณ 6-8 เดือน เมื่อหมดฤทธิ์แล้ว สามารถทำการฉีดซ้ำได้อีก แต่ไม่ควรทิ้งช่วงห่างหลังจากสารหมดฤทธิ์แล้วนานเกิน 6 เดือน  การวิจัยพบว่า ถ้าหากฉีดสารโบท็อกซ์เพื่อช่วยในการยุบกรามให้เล็กลงติดต่อกัน 3 ครั้งขึ้นไปจะมีโอกาสทำให้กรามเล็กลงอย่างถาวร

*** ระยะเวลาการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์นั้นขึ้นอยู่กับปริมาณการฉีดยี่ห้อโบท็อกซ์และอีกข้อที่สำคัญคือการปฏิบัติตัวของแต่ละบุคคลร่วมด้วย

 Tips

  1. ภายใน 4 ชั่วโมง หลังฉีดใหม่ๆ ยังไม่ควรไปนอนราบ หรือนอนตะแคง เพราะในช่วง 4 ชั่วโมงแรก เป็นช่วงการซึมของยาเข้ากล้ามเนื้อ ถ้านอนตะแคงจะทำให้การกระจายตัวของยาผิดจากตำแหน่งที่แพทย์คาดการณ์ไว้ได้ เมื่อเลย 4 ชั่วโมงไปแล้ว สามารถนอน หรือตะแคงได้ตามปกติ
  2. ภายใน 4 ชั่วโมงแรก หลังฉีดโบท็อกซ์ มีความสำคัญมากๆ ต้องบริหารกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดบ่อยๆ เพื่อให้ตัวยาซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อที่ต้องการให้ออกฤทธิ์มากที่สุด เช่น ฉีดหางตา ควรยิ้มบ่อยๆ ฉีดหน้าผากควรยักคิ้วบ่อยๆ หรือฉีดกรามควรเคี้ยวหมากฝรั่ง 15-30 นาที่ หรือ 4 ชั่วโมง ตามดุลยพินิจแพทย์
  3. ภายใน 2 สัปดาห์แรก ควรงดการเข้าอบไอน้ำ อบซาวน่า ยิงเลเซอร์ ทำ RF หรือ ไอออนโตที่หน้า เพราะความร้อนเฉพาะจุดเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อโบท็อกซ์ได้ใน 2 สัปดาห์แรกความร้อนที่สามารถโดนได้คือ ไดร์เป่าผม อาบน้ำอุ่น (งดบริเวณที่ฉีด โบท็อกซ์) และโดนแสงแดดที่ไม่แรงจ้าเกินไปได้ตามปกติ
  4. หลังฉีดแต่งหน้า ทาแป้ง ทาครีมได้ตามปกติ เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์สามารถทำ Treatment ได้ตามปกติ (ยกเว้น Laser, RF และ Ionto ต้องรอ 2 สัปดาห์)
  5. สำหรับการฉีดโบท็อกซ์ที่กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น กล้ามเนื้อกราม และน่อง ตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-4 สัปดาห์ ดังนั้น ช่วงแรกๆ อาจยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ฤทธิ์ยาจะมีผลสูงสุดในช่วง 4-8 สัปดาห์ (1-2 เดือน) และจะหมดฤทธิ์เมื่อครบเวลา 4-6 เดือน หรืออาจจะนานกว่านี้ กรณีที่ฉีดโบท็อกซ์อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ดังนั้นถ้าจะให้เห็นผลในการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามและน่องอย่างมีประสิทธิภาพควรฉีดต่อเนื่องกันทุก 4-6 เดือน ประมาณ 3-4 ครั้ง เมื่อหยุดฉีดขาดกล้ามเนื้อจะเปลี่ยนไปจนสังเกตได้
  6. ใน 2 วันแรก งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์ จะเพิ่มระบบการไหลเวียนของเลือด และจะเป็นการล้างยาโบท็อกซ์ที่ฉีดไป

ตอบ

ความเจ็บปวดนั้นขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล แต่ไม่ต้องกังกลไปค่ะ ไม่เจ็บอย่างที่คิดแน่นอน เพราะก่อนรับบริการฉีดโบท็อกซ์ที่ nyc NEW YOUR CLINIC เรามีการทายาชาก่อนเสมอ และให้บริการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้าเท่านั้น รับรองได้ว่าใช้เวลาไม่นาน เจ็บน้อย ปลอดภัยแน่นอนค่ะ

ตอบ

ราคาโบท็อกซ์ที่ nyc NEW YOUR CLINIC มีให้เลือกถึงสองยี่ห้อด้วยกันคือ

  1. Allergan (ของแท้) นำเข้าจากประเทศอเมริกา เริ่มต้นที่ 500 บาท/Unit หรือ ราคาเหมาขวดเริ่มต้นที่ 18,000 บาท
  2. Neuronox (ของแท้) นำเข้าจากประเทศเกาหลี เริ่มต้นที่ 250บาท/Unit หรือ ราคาเหมาขวดเริ่มต้นที่ 13,000 บาท

*** nyc NEW YOUR CLINIC มีการจัดโปรโมชั่นพิเศษตลอดทุกเดือน ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาที่โปรโมชั่น

ตอบ

การฉีดโบท็อกซ์ในแต่ละจุดนั้น.. จะใช้ปริมาณโบท็อกซ์แตกต่างกัน  เช่น 

  1. บริเวณหน้าผาก จะเริ่มต้นที่ 10-20 Unit
  2. บริเวณหางตา ฉีดข้างละ 6-12 Unit
  3. บริเวณกราม เริ่มต้นที่ 50-60 Unit

*** ปริมาณการฉีดนั้นขึ้นอยู่กับปัญหาเฉพาะของแต่ละบุคคลและการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมด้วย

ที่ nyc NEW YOUR CLINIC ของเราคำนึงถึงความปลอดภัยวิเคราะห์สภาพความสมดุลของรูปหน้าก่อนทุกครั้งเพื่อรูปหน้าที่ดูเรียวอย่างเป็นธรรมชาติและเหมาะกับคุณที่สุด

ฟิลเลอร์

ตอบ

Under Eye Filler คือ การฉีดเติมเต็มสาร Hyaluronic Acid แก้ไขปัญหาริ้วรอย ร่องลึกใต้บริเวณดวงตา ด้วยเทคนิคการเติมเต็มแบบ Blunt-Tip canular จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเส้นเลือดบริเวณตา รอยหมองคล้ำใต้ตาดูจางลงร่องใต้ตาดูตื้นขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีรอยคล้ำใต้ตาและร่องลึกใต้ดวงตา

** เทคนิคการใช้เข็มปลายทู่ (canular) ของแพทย์ เลี่ยงการฉีดเข้าเส้นเลือดและลดโอกาสการเกิดรอยเขียวช้ำบริเวณใต้ตา

ตอบ

ที่ NYC NEW YOUR CLINIC เราให้บริการด้วย ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juve’derm จากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับการอนุมัติจาก FDA และ อย.ประเทศไทย ฟิลเลอร์ Juve’derm มีด้วยกัน 2 รุ่นคือ

  1. Juve’derm Ultra Plus XC เป็นฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ ฉีดได้ลึกกว่า เหมาะสำหรับฟิลเลอร์เสริมจมูก เสริมจมูกหยดน้ำ ฟิลเลอร์เสริมคาง เป็นต้น
  2. Juve’derm Ultra XC เป็นฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก เหมาะสำหรับฉีดร่องริ้วรอยต่างๆ เช่น ริ้วรอยรอบปาก ริมฝีปาก บริเวณรอบดวงตา หรือนำมาใช้เพื่อช่วยฟื้นฟูปริมาณแก้ม ร่องแก้มและสำหรับหลุ่มสิวหรือรอยแผลเป็นจากบาดแผล

ตอบ

ขึ้นอยู่กับแต่ละบริเวณที่ทำ และ บริเวณนั้นได้รับการสัมผัสกับความร้อนโดยตรง เช่น ผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปปาก และชอบทานของร้อนเป็นประจำก็จะมีส่วนที่ทำให้ฟิลเลอร์นั้น สลายไปได้เร็วกว่าอายุของฟิลเลอร์จริง แต่ส่วนใหญ่แล้วจุดอื่นๆของร่างกาย จะไม่มีส่วนไหนที่ได้รับสัมผัสกับความร้อนโดยตรง ยกเว้น บริเวณปาก ดังนั้น ในเรื่องของความร้อนจึงไม่ใช่ประเด็นของการละลายฟิลเลอร์เลย

ตอบ

ฟิลเลอร์ที่ผ่านมาตรฐาน อย. ในปัจจุบัน จะสามารถอยู่ได้ 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่ง และไม่เกิน 2 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบริเวณ ชนิดของฟิลเลอร์ รวมถึงการดูแลตนเองหลังทำของแต่ละบุคคล เมื่อหมดระยะเวลาของฟิลเลอร์นั้น จะสามารถสลายตัวได้เองจนไม่เหลือตกค้าง เหตุเพราะ ด้วยระยะเวลาภายใน  2 ปี ของฟิลเลอร์ เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมต่อผิวหนัง  จึงไม่ก่อให้เกิดการเคลื่อนที่และไม่ระคายเคืองต่อผิวได้อย่างแน่นอน

ตอบ

  • เติมริ้วรอยร่องลึก ร่องแก้ม ร่องใต้ตา ขมับยุบ 
  • เสริมจมูก เสริมคาง หน้าผากทดแทนการเสริมด้วยซิลิโคน
  • เสริมโหนกแก้ม ในคนที่มีปัญหาแก้มตกตามวัย หรือคนอายุน้อยที่ต้องการมีรูปหน้าอิ่ม
  • เติมแก้มตอบ หรือทดแทนส่วนที่ขาดหายบนใบหน้าและร่างกาย จากการผ่าตัด อุบัติเหตุ
  • ฟิลเลอร์บางชนิดสามารถนำมาฉีดกระจายทั่วผิวหน้า เพื่อให้ผิวดูอวบอิ่ม
  • ฉีดเสริมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม
  • เติมแผลเป็นที่เป็นรอยบุ๋ม หลุมสิว

เสริมจมูกซิลิโคน

ตอบ 

Angelina Nose เป็นการเสริมจมูกด้วยเทคนิคพิเศษ โดยการตัดปีกจมูกเพื่อตกแต่งปลายจมูกให้พุ่ง หรือเรียกง่ายๆว่า เป็นการนำปีกจมูกของเราที่จะตัดทิ้ง.. นำมาเสริมปลายจมูกเพื่อลดการทะลุ ทำให้ปลายจมูกพุ่งได้องศา โดยไม่ต้องใช้กระดูกหลังใบหู!!  ไม่ต้องเจ็บตัวหลายๆที่ ผสมผสานกับการเหลาซิลิโคนแท่ง (Block Silicone)

**ไม่ใช่ซิลิโคนสำเร็จ เหลาอย่างพิถีพิถันให้เหมาะสมกับรูปจมูกคนไข้ ซึ่งมีอันเดียวในโลกเท่านั้น (Limited Edition) “ เปรียบเสมือนกับ ศิลปินที่ทำงานศิลปะ  ซึ่งไม่เหมือนกับโรงพิมพ์ที่พิมพ์ภาพโหลๆ แล้วออกไปขาย เพราะความสวยของการเสริมจมูกนั้น ขึ้นอยู่กับแพทย์ที่ทำการเหลา Silicone ให้เหมาะกับหน้าของเราอย่างเป็นเรา

ผลรับที่ได้คือ จมูกสวยเป็นธรรมชาติ สันชัด ปลายพุ่ง ปีกจมูกได้สัดส่วนกับใบหน้า ไม่เหมือนใคร ปลอดภัย รับประกันโดยศัลยแพทย์ด้านความงามมือหนึ่งของ nyc NEW YOUR CLINIC แพทย์หญิงปรียานุช แสงสิริวิจารณ์ (คุณหมอยุ้ย)

ตอบ

NYC NEW YOUR CLINIC ของเราให้บริการด้วยซิลิโคนเกรดพรีเมี่ยม จากประเทศญี่ปุ่นและอเมกิกา เนื้อนิ่ม สามารถบิดได้ คุณหมอยุ้ยจะทำการเหลาซิลิโคนใหม่ทุกเครส โดยซิลิโคนจะรับกับใบหน้าอย่างสมส่วน  และเป็นทรงจมูกหนึ่งเดียวที่เป็นทรงเฉพาะบุคคลไม่ซ้ำใคร คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก จึงมั่นใจได้ว่า..

ทรงจมูกที่ได้รับไป เป็นจมูกที่ออกแบบมาเพื่อคุณคนเดียวเท่านั้น

ตอบ

ปัญหาการเลือกทรงจมูกนั้น.. แต่คนจะมีปัญหาแตกต่างกัน เช่น บางคนเนื้อน้อย บางคนฐานจมูกเบี้ยว บางคนจมูกบาน การประเมินรูปทรงจมูกนั้นจะเป็นการประเมินรูปทรงจมูกเคสบายเคส โดยคุณหมอยุ้ยสามารถออกแบบให้สวยได้จาก 7 ปัญหาของจมูกคนไทย สามารถเข้ามาปรึกษากับคุณหมอยุ้ยได้ที่ NYC NEW YOUR CLINIC ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายหรือส่งรูปถ่ายมาให้คุณหมอยุ้ยประเมินเบื่องต้นได้ที่

ตอบ

เป็นอีกคนถามหนึ่งที่ถามกันเข้ามาเยอะ หลายคนคงวิตกกังวลกันมากหลังจากเสริมจมูก ว่าเมื่อไหร่เราจะหาย เมื่อไหร่เราจะสวย เมื่อไหร่จะเข้าที่กันแน่ วันนี้เรามีคำตอบมาให้อย่างละเอียดตามช่วงเวลา.. ดังนี้ค่ะ

ช่วง 24-72 ชั่วโมง

อาการบวมช้ำจะค่อยๆเกิดขึ้นทันทีหลังทำเสร็จ ไม่ต้องตกใจกันนะคะหากรูปทรงจมูกจะคล้ายกับสิงโต หรือมีอาการบวมช้ำเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในระยะนี้ควรดูแลร่างกายตามที่คุณหมอแนะนำอย่างเคร่งครัด และสามารถประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการบวมจากการผ่าตัดได้ค่ะ

ช่วง 5-7 วัน

ในช่วงนี้คุณหมอจะนัดตัดไหม และเช็คดูอาการหลังทำกันสักหน่อย อาการบวมช้ำหลังการทำก็ยังคงอยู่ค่ะ ส่วนจะมาก หรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลด้วยว่าน้ำเหลืองปกติไหม แผลหายช้า หรือเป็นคนบวมช้ำง่ายหรือเปล่า ซึ่งวิธีการดูแลตัวเองในช่วงนี้ก็สามารถใช้การประคบเย็นเพื่อช่วยให้รอยช้ำม่วง ช้ำเขียวจางลงได้ค่ะ

ช่วงประมาณ 14 วัน

จมูกจะเริ่มยุบลง แต่ยังมีอาการบวมตุ่ยๆอยู่บ้าง อาการช้ำม่วง ช้ำเขียวจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เป็นสัญญาณที่ดีเลยค่ะ ว่าเราใกล้จะหายช้ำแล้ว  

ช่วง 1 เดือนหลังทำ

ช่วงนี้อาการบวมจะยุบลงไปมากแล้ว แต่ก็มีอาการหลงเหลือยู่บ้าง ยังไม่หายสักทีเดียว จะสามารถเห็นทรงจมูกชัดเจนขึ้น ว่าที่เราเสริมกันมารูปทรงเป็นอย่างไร เข้ากับหน้ามากน้อยแค่ไหน ส่วนเรื่องรอยช้ำนั้น บางคนอาจจะมีรอยช้ำหลงเหลือยู่เพียงเล็กน้อย หรือจางลงจนหายเป็นปกติแล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลอีกเช่นกันค่ะ

ช่วง 3 เดือนหลังทำ

ช่วงนี้จมูกจะเริ่มรัดกับแกนที่เราใส่เข้าไป (เริ่มสวยแล้ว เย้ๆ )ทำให้จมูกค่อยๆเรียวขึ้น เล็กลง ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

ตอบ

การผ่าตัดเสริมจมูกนั้น เป็นการผ่าตัดที่ไม่ซับซ้อนมาก  โดยใช้เวลาผ่าตัดไม่นาน คนไข้ไม่จำเป็นต้องวางยาสลบ เนื่องจากใช้วิธีการฉีดยาชาเฉพาะที่แทนการวางยาสลบ

ตอบ

  • แนะนำให้หลีกเลี่ยงการกดรุนแรงบริเวณจมูก เพื่อให้จมูกหลังผ่าตัดกลับสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุด ใน 48 ชั่วโมงแรกแนะนำให้ประคบเย็นบริเวณระหว่างคิ้วและตาทั้งสองข้าง โดยประคบนาน 20 นาทีสลับกับหยุดพัก 20 นาที และหลังจากสองวันจึงเริ่มประคบอุ่นได้
  • ห้ามนอนคว่ำหน้า โดยให้นอนหงายและนอนยกหัวสูงขึ้นอย่างน้อย 30 องศาเพื่อลดอาการบวม 7 วัน โดยประมาณ
  • งดทานอาหารหมักดอง วิตามิน อาหารเสริม เครื่องดื่มแอลกอฮอร์ และงดการสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 เดือน เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสูบฉีดเลือดมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหรือบวมนานขึ้น ทำให้แผลศัลยกรรมหายช้า
  • ห้ามให้แผลผ่าตัดโดนน้ำ 7 วัน โดยการทำความสะอาดให้ใช้กระดาษซับมันซับน้ำมันบริเวณใบหน้า ใช้สำลีชุบน้ำอุ่นหมาดเช็ดทั่วใบหน้า
  • ผู้รับการผ่าตัดควรงดแต่งหน้า และควรอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แห้งและเย็น ปราศจากฝุ่น ซึ่งฝุ่น นั้นเป็น 1 ในสาเหตุให้เกิดการแพ้อากาศ โดยถ้ามีน้ำมูกให้รีบรับประทานยาแก้แพ้เพื่อ ลดน้ำมูกทันที หลีกเลี่ยงการไอ จาม สั่งน้ำมูกซึ่งจะทำให้จมูกได้รับการกระทบกระเทือนหรือสกปรก
  • หลังแกะเฝือกจมูกออก ที่หนึ่งสัปดาห์หลังผ่าตัด แนะนำให้ใส่เฝือกเฉพาะตอนกลางคืนต่ออีก 7 วัน เพื่อป้องกันการกระแทกโดยไม่ตั้งใจ
  • หากมีเลือดและน้ำเหลืองซึมบริเวณบาดแผล สามารถใช้สำลี หรือไม้พันสำลีซับเบาๆและแต้มครีมยาฆ่าเชื้อเบาๆ ห้ามเช็ดหรือถูโดยเด็ดขาด (ควรปล่อยให้แผลแห้งตามธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลทุกกรณี)
  • ให้รับประทานอาหารอ่อนๆ งดรับประทานอาหารที่เหนียวหรือต้องเคี้ยวมากๆ งดการยิ้มปากกว้าง ในเดือนแรก เพื่อหลีกเลี่ยงการกระแทกหรือขยับเขยื้อนของจมูกมากเกินไป งดอาหารร้อนหรือมีรสชาติเผ็ดซึ่งทำให้เกิดน้ำมูกไหลได้
  • ห้ามออกกำลังกายหนักหน่วงที่ต้องมีการก้มและเงย ระวังอุบัติเหตุจากการเบียดเสียด อุบัติเหตุจากเด็กเล็กที่กำลังซน หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน ในช่วง 1 เดือนแรก เนื่องจาก 4 อาทิตย์แรกเป็นช่วงที่กระดูกอ่อนจะเริ่มเข้าที่จึงเป็นระยะที่ควรระมัดระวังที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการสวมแว่นตาในช่วง 4 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด หรือแล้วแต่วิจารณญาณของแพทย์ โดยควรสอบถามเจ้าหน้าที่
  • หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าแบบสวมทางศรีษะ แนะนำให้ใส่เสื้อมีกระดุมหน้า ที่สามารถใส่และถอดได้ง่าย เพื่อลดการสัมผัสของจมูกในขณะเปลี่ยนเสื้อ
  • ห้ามกดหรือบิดจมูกโดยเด็ดขาด การบิดจมูกในคนไข้นั้นเป็นการทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บและทำให้เกิดการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อซึ่งผิดปกติไปจากเดิม (มักทำให้เกิด fibrosis) ซึ่งในระยะยาวทำให้เกิดจมูกผิดรูปจากการหดรั้งของเนื้อเยื่อได้

** .. เป็นความเข้าใจผิดของคนไข้ว่าจมูกที่ดีนั้นต้องบิดได้ ซึ่งแพทย์ไม่แนะนำให้บิดหรือกดจมูกในคนไข้ที่เสริมจมูกทุกรูปแบบ

  • การใช้ยารักษาแผลเป็น สามารถใช้ได้หลังจากแผลแห้งแล้วเท่านั้น โดยสามารถเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 10-14 หลังวันผ่าตัด
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่งจนหมด
  • มาตรวจซ้ำตามนัดของแพทย์ตามกำหนดเวลา
  • งดสูบบุหรี่ ,งดเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา ประมาณ 1-2 เดือน
  • แนะนำให้ ดื่มน้ำใบบัวบก,น้ำมะพร้าว เพื่อลดอาการฟกช้ำได้เร็วขึ้น

ศัลยกรรมตาสองชั้น

ตอบ

ป็อปปี้อายส์ คือ ชื่อศัลยกรรมตาสองชั้นของ nyc clinic ที่ให้ผลการรักษาที่แตกต่างกว่าที่อื่น ด้วยเทคนิคการกรีดตาทำให้ชั้นตาอยู่ได้นานกว่าการเจาะแบบ 3 รู และการเย็บแผลแบบ 2 ชั้น ที่ทำให้ชั้นตาคมชัดเห็นได้อย่างชัดเจน จึงทำให้การทำศัลยกรรมตาที่ nycclinic ชั้นตาอยู่ได้นานเกิน 3 ปี ไม่มีตก ไม่ต้องทำบ่อย และศัลยแพทย์จะออกแบบให้ดวงตาเหมาะสมกับรูปหน้าอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย แก้ปัญหาชั้นตาได้ ทั้งตาสามชั้น ตาชั้นเดียว และชั้นตาหลบใน ให้บริการด้วยศัลยแพทย์ด้านความงามโดยตรง

ตอบ

ก่อนทำตาสองชั้นจะต้องปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อให้เข้าใจตรงกันถึงปัญหารูปตา ศัลยกรรมตาแบบกรีดยาวคือ การกรีดตั้งแต่บริเวณหัวตาไปจนถึงหางตา แล้วตัดไขมันออกหรือตัดหนังตาบางส่วน เหมาะสำหรับคนที่มีเนื้อและไขมันบริเวณหนังตาเยอะและคนที่หนังตาตก แน่นอนต้องทำแบบกรีดยาว ส่วนแบบกรีดสั้นจะทำการกรีดบริเวณกึ่งกลางตา รอยกรีดจะซ่อนตามรอยพับของชั้นตา เหมาะสำหรับคนที่หนังตาเกินไม่เยอะ คนที่มีชั้นตาอยู่แล้วแต่อยากมีชั้นตาที่ชัดขึ้น ที่สำคัญหนังตาต้องไม่ตกมากและไขมันเกินไม่เยอะ

ตอบ

ใครที่มีอาการแผลเลือดออกเยอะ ปวดแผลมาก ทานยาก็ไม่หาย แผลมีน้ำเหลืองไหลออกมามาก ตาบวมช้ำมาก หลับตาไม่สนิท หรือมีน้ำตาไหลออกมาตลอดเวลา อาการเหล่านี้ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อดูอาการและรักษาโดยด่วน

ตอบ

หลังจากการทำตาสองชั้น ถ้าทำแล้วรู้สึกว่าชั้นตาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน อาจจะเป็นผลจากอาการบวม ควรรอจนครบ 6 เดือน เพื่อดูผลของตาสองชั้นที่แท้จริงว่าสมควรแก้หรือไม่

ตอบ

ปกติแล้วหลังจากการทำศัลยกรรมตาสองชั้น ตาจะบวมมากในช่วง 3-7 วันแรก และจะค่อยๆลดอาการบวมลง แต่ยังมีคงบวมอยู่ จะเริ่มเข้าที่ใน 3 เดือน เมื่อถึง 6 เดือนจะเห็นรูปตาที่ชัดเจนจากการทำตาสองชั้น การทำตาจะมีอาการบวมนานกว่าการทศัลยกรรมอย่างอื่น เพราะบริเวณตาเป็นผิวหนังที่บาง เพราะการผ่าตัดนั้นถือว่าเป็นการทำให้เนื้อเยื่อได้รับการบาดเจ็บชนิดหนึ่ง การบวมช้ำยังขึ้นกับสภาพเนื้อเยื่อร่างกายของแต่ละคนด้วยว่า จะมีความสามารถในการตอบสนองและฟื้นฟูหลังการบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน

ตอบ

  • อยากหายบวมต้องประคบเย็น : ทำให้เส้นเลือดหดตัว ทำให้เส้นเลือดฝอยไม่มีเลือดออก ช่วยลดอาการปวด
  • อยากหายบวมต้องประคบร้อน : กระตุ้นการหมุนเวียนของเลือด ลดอการบวม กระตุ้นการฟื้นตัวของแผล
  • รับประทานยาที่แพทย์สั่งให้หมด
  • ระวังวิธีการพักผ่อน ด้วยการนอนหนุนศรีษะให้สูง นั่งบนเก้าอี้ที่สบาย ทำแบบนี้ทำให้อาการบวมหายได้เร็วที่สุด

ตอบ

สำหรับคนที่ทำตาสองชั้น ควรเลี่ยงการจับหรือดึงเปลือกตาในช่วงสัปดาห์แรกหรือจนกว่าจะหายบวม การจับหรือดึงเปลือกตาอาจทําให้แผลผ่าตัดแยกจากกัน หรือแผลสมานได้ไม่ดีเท่าที่ควร